เมื่อพูดถึงคำว่า “ พ่อ ” เชื่อว่าคงไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก นับตั้งแต่เราลืมตาขึ้นมาดูโลก ไม่ใช่มีเพียงแม่เท่านั้นที่เอาใจใส่เรา แต่ยังมีอีกบุคคลหนึ่งที่คอยประคบประหงมเรามาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เป็นผู้ที่รักและเอาใจใส่เรามาตั้งแต่เล็กจนโตไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ” พ่อ ” แม้ว่าในความรู้สึกของลูกมักจะผูกพันกับแม่มากกว่าก็ตาม หลายคนคิดว่าการเลี้ยงลูกนั้น คงเป็นหน้าที่ของแม่ ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด แต่พ่อก็มีบทบาทที่จะอบรม เลี้ยงดูสั่งสอน และช่วยฝึกฝนลูกให้เติบใหญ่เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพไม่น้อยไปกว่าแม่เช่นกัน
สถาบันครอบครัวของไทย นับตั้งแต่อดีต ผู้ชายจะเป็นหัวหน้าครอบครัวและเป็นผู้ปกครองคนในบ้าน ซึ่งการจะทำหน้าที่ดังกล่าวได้ จำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความขยัน อดทน ความเด็ดเดี่ยว และความเป็นผู้นำที่จะจัดการเรื่องราวทุกอย่าง รวมไปถึงการหาเลี้ยงสมาชิกในครอบครัว ดังนั้น ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นหลักได้ ก็คือ “ พ่อ ” นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ส่วนใหญ่จะถือว่า “ พ่อ ” เป็นผู้ดูแลรับภาระในการเป็นผู้นำของครอบครัว ความสำคัญของพ่อนั้น จึงมีความหมายและยิ่งใหญ่ต่อความรู้สึกของลูกๆทุกคน
ความรักความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างพ่อกับลูกที่สื่อออกมาจากใจ สามารถถ่ายทอดให้เห็นได้ทั้งจากการกระทำและการแสดงออก อันก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น โดยเฉพาะเสียงที่ลูกเปล่งคำว่า “ พ่อ ” ให้ได้ยินเป็นครั้งแรก ย่อมจะทำให้ “ พ่อ ” เกิดความปลื้มใจและภาคภูมิใจเป็นยิ่งนัก อย่างไรก็ดี แม้คำว่า “ พ่อ ” จะหมายถึง ผู้ให้กำเนิด เหมือนๆกันในทุกชาติทุกภาษา แต่คำเรียกว่า “ พ่อ ” ในแต่ละชนชาติก็มีสำเนียงเสียงเรียกที่หลากหลายแตกต่างกัน จะขอยกตัวอย่างบางส่วนมา ดังนี้
คำว่า “ พ่อ ” ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย จะเรียกผู้ให้กำเนิดคล้ายและต่างกัน คือ
ภาคกลาง เรียกว่า พ่อ
ภาคอีสาน เรียกว่า อีพอ
ภาคเหนือ เรียกว่า ป้อ
ภาคใต้ เรียกว่า พ่อ
ส่วนการเรียก “ พ่อ ” ในชนชาติอื่นๆก็มีการเรียกที่ต่างกันแต่ยังคงความหมายที่เหมือนกัน เช่น
เกาหลี เรียกว่า อะปะ
ญี่ปุ่น เรียกว่า โอโต๊ะซัง
จีน เรียกว่า ป้าปา /ปะป๊า
เขมร เรียกว่า โอวปุ๊ก
เยอรมัน เรียกว่า แดร์ ฟาเท่อะ
อิตาเลียน เรียกว่า ปาเดระ
อเมริกัน /อังกฤษ เรียกว่า แด๊ด /แด๊ดดี้
เสียงที่เรียก “ พ่อ ” ตามท้องถิ่นต่างๆแม้จะผิดแผกกันไปบ้าง แต่ทุกคำก็ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความรักที่ทรงคุณค่าและมีความหมายระหว่างพ่อกับลูกเสมอ
กาลเวลาที่ผ่านไป กับยุคสมัยที่แปรเปลี่ยน อาจจะทำให้บทบาทของผู้เป็น “ พ่อ ” ต้องปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่สำหรับ “ ลูก ” แล้ว พ่อ คือ ส่วนสำคัญในย่างก้าวของลูกที่จะเดินต่อไปในอนาคต
เพราะคำว่า “ พ่อ ” มิได้มีความหมายเพียงแค่ผู้ให้กำเนิดลูกเท่านั้น แต่ยังมีนิยามอีกหลากหลายทัศนะที่แฝงด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ซึ่งแสดงถึงความคิด ความผูกพันที่ผู้เป็นลูกมีให้แก่ “ พ่อ ” เช่น
พ่อ คือ ซุปเปอร์แมนที่ปกป้องโลกของลูกให้มีแต่ความสุข
พ่อ คือ ถุงลมนิรภัยที่คอยปกป้องเรา เมื่อประมาทหรือพลาดพลั้ง
พ่อ คือ เครื่องบินที่พาเราไปสำรวจโลกกว้างด้วยกัน
พ่อ คือ ท้องฟ้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มองขึ้นไปก็ยังเห็นพ่ออยู่กับเราเสมอ
พ่อ คือ มหา ‘ ลัยเหมืองแร่ ที่สอนการดำเนินชีวิตให้เรา
พ่อ คือ ธนาคารที่มีสาขาเดียว แต่เราเบิกได้จากทั่วโลก
พ่อ คือ หมอที่ไม่ต้องเสีย ๓๐ บาท ก็รักษาได้ทุกโรค (อกหัก ทรัพย์จาง ฯลฯ)
พ่อ คือ เพื่อนซี้ ตลอดกาลของเรา
พ่อ คือ กำลังใจในยามที่เราท้อแท้
พ่อ คือ ผู้ที่ภูมิใจในตัวเรา แม้เราจะไม่เป็น “ ที่หนึ่ง ” ที่ใด แต่เป็น “ หนึ่ง ” ในใจพ่อเสมอ
พ่อ คือ คนที่รักเรามากที่สุดในโลก
ฯลฯ
นี่คือตัวอย่างนิยามคำว่า “ พ่อ ” ในนานาทัศนะของลูกๆ แล้วคุณล่ะเรียกและให้นิยาม “ พ่อ ” ผู้มี
พระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตอย่างไร?
ความหมายของ วรีพร คืออะไรค่ะ
ตอบลบความหมายของ วรีพร คืออะไรค่ะ
ตอบลบ